Make your own free website on Tripod.com
Poj
visit our sponsor
กรุณาสนับสนุนสปอนเซอร์ของเรา
Ploy









- เครื่องปรับอากาศ
- อาหารค่ำพร้อมหน้า

- จะปลอบขวัญทารกร้องไห้อย่างไรดี
- ความอึดอัดในใจพ่อ
- หลีกเลี่ยงคนเมาเหล้าขับรถ
- เมื่อก๊อกน้ำรั่วหรือหยด
- ขับรถตอนกลางคืน

บันทึกรักของฟ้าใสและสายรุ้ง (35)
โดย...คุณแม่ฟ้าใส

23 ธค. 43

      เพิ่งมีคืนนี้ที่แม่มีเวลามานั่งบันทึกเรื่องราวของสาวน้อยทั้งสองของแม่      วันที่ 12 เป็นวันที่หมอนัดให้แม่ไป รพ. เมื่อตกลงใจด้วยกันทุกฝ่ายว่าแม่จะต้องผ่าตัดคลอดสายรุ้ง โดยวันที่ 12 เป็นวันเกิดของแม่เอง แต่ปีนี้แม่ลืมไปเลย เพราะใจไปคิดแต่ว่าเป็นวันที่จะคลอดสายรุ้ง แม่ไปถึง รพ. ตั้งแต่ 10 โมงเช้าตามนัด เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการผ่าตัด

      จนกระทั่งประมาณบ่ายโมงครึ่ง พยาบาลก็มาพาแม่ไปพบหมอวิสัญญี เพื่อบล็อคหลังแม่ วิธีการของที่นี่ไม่เหมือนคราวที่แม่คลอดฟ้าใส ที่ตอนนั้นทุกอย่างดำเนินการภายในห้องผ่าตัดเลย มาครั้งนี้มีห้องต่างหาก หมออธิบายให้ฟังอย่างละเอียดว่าจะทำอะไรบ้างเป็นขั้นเป็นตอน เริ่มจากให้แม่นอนตะแคง กำหนดจุดที่จะฉีดยา ซึ่งมีทั้งหมด 3 จุดด้วยกัน เมื่อหมอกำหนดจุดได้แล้ว ให้แม่อยู่นิ่งๆ แล้วก็ฉีดยาเข้าไปที่สันหลังบริเวณเอว แล้วก็มาฝังอีกเข็มไว้อีกตำแหน่งใต้ท้ายทอย เพื่อไว้เติมยาเข้าไปในตัว มีการวัดความดันและให้อ๊อกซิเจนตลอดเวลา ยาที่ให้มีส่วนผสมของมอร์ฟีน ทำให้แม่มีอาการสลึมสลือ หมอบอกว่าให้หลับไปก่อนได้ แต่จะรู้สึกตัวดีเมื่อทำการผ่าตัด คุณพ่อเข้ามาอยู่กับแม่ด้วย คอยปลอบใจไม่ให้แม่กลัว หมอคอยถามว่ารู้สึกยังไงบ้าง ถ้ามีอาการคันที่ขาหรือเท้า อาจหมายถึงการแพ้ยา ซึ่งหมอจะต้องแก้ไขในทันที ปรากฏว่าแม่ปรกติดีทุกอย่าง เป็นไปตามที่ควรจะเป็น

      จากนั้นซักพักใหญ่ๆ เค้าก็เข็นแม่เข้าไปในห้องผ่าตัด หมอสูติของแม่คือ หมอชูเชน เป็นเวียดนาม หมอตัวเล็กๆ มีอายุมากแล้ว และเป็นหมอมาตั้งแต่แม่ยังไม่เกิดเลย หมอเองรู้ว่าแม่เป็นคน sensitive มาก จึงปลอบใจว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยดี ไม่อยากให้แม่กลัวและเป็นกังวล คุณพ่อนั่งอยู่ที่หัวเตียงกับแม่ หมอวิสัญญีเดินไปเดินมา คอยเช็คและเติมยาอะไรให้แม่ก็ไม่รู้ที่ตำแหน่งใต้ท้ายทอย ยานี้เวลาเข้าไปในตัวแล้ว รู้สึกเหมือนน้ำเย็นค่อยๆ ไหลไปในตัว หมอชูเชนบอกว่าแผลเก่าแม่ไม่สวย เลยบอกคุณพ่อว่าขอเอาออก จากนั้นแม่ก็ได้กลิ่นไหม้ๆ คุณพ่อมาบอกทีหลังว่าเค้าใช้เลเซอร์ในการผ่า ไม่ได้ใช้มีด

      แม่เองไม่หลับเลย รู้สึกตัวตลอดเวลา ซักพักใหญ่ๆ ถึงตอนที่หมอดึงสายรุ้งออกจากท้อง แม่รู้สึกว่าท้องโยกไปมา เพราะถูกดึงอะไรซักอย่าง แล้วในที่สุด เวลาที่แม่รอคอยมาถึง แม่ได้ยินเสียงสายรุ้งร้องแผดจ้าออกมา หมอวิสัญญีเองมาพูดข้างหูเกี่ยวกับขั้นตอนที่เค้าจะเอาลูกไปดูแลก่อนจะพามาหาแม่ เพื่อดึงความสนใจตอนที่หมอชูเชนดึงลูกออกมา เค้าหายกันไปพักหนึ่ง แล้วกลับมาพร้อมกับสายรุ้ง ซึ่งถูกห่อไว้ด้วยกระดาษฟลอยด์ เหมือนช่อดอกไม้เลย เป็นช่อดอกไม้ที่สวยงามที่สุดที่แม่เคยได้รับ พยาบาลเค้าเอาสายรุ้งมาให้แม่ได้จูบ หมอเด็กเดินมารายงานให้ฟังว่า ลูกแข็งแรงสมบูรณ์ทุกอย่าง คุณพ่อมาเล่าให้ฟังตอนหลังว่า หมอเรียกคุณพ่อออกไปที่ห้องเด็ก เพื่อตรวจนับอวัยวะต่างๆ ว่าครบถ้วนไหม สายรุ้งสะอาดมาก จนหมอบอกพยาบาลว่าไม่ต้องอาบน้ำให้

      จากนั้นแม่รู้สึกเหมือนถูกดึงอะไรออกจากท้องอีก ก็คงเป็นรกนั่นเอง แล้วหมอใช้เวลาเย็บแผลอยู่พักใหญ่ๆ หมอชูเชนเดินมาบอกว่าเสร็จเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่พาแม่ออกมาพักฟื้นอีกห้องหนึ่ง คอยวัดความดัน เพื่อรอให้ยาชาที่ฉีดไว้หมดฤทธิ์ ถึงจะพาแม่กลับมาที่ห้องพัก คืนแรกคุณพ่อมาอยู่เป็นเพื่อนด้วย ห้องพักที่นี่ไม่ใหญ่นัก แม่สงสารคุณพ่อต้องมาอดหลับอดนอน เพราะพยาบาลจะเข้ามาดูแลแม่ทุกชั่วโมง

      วันรุ่งขึ้นคุณพ่อถึงจะพาคุณยายและพี่ฟ้าใสมาหาสายรุ้ง ฟ้าใสตื่นเต้นมากที่มีน้องเป็นของตัวเอง ขอกอด ขอจูบ ขออุ้มน้องเอง ไม่ให้ใครช่วย แต่ไม่มีใครยอม ฟ้าก็โยเยนิดหน่อย เรียกแต่เบ่เบ๋ๆ รุ้งจ๋าๆ อยู่นั่นแล้ว แม่ล่ะขอให้พี่น้องรักกันอย่างนี้ตลอดไปเถิด แม่จะมีความสุขมาก

      ระหว่างที่อยู่ รพ. แม่อยากกลับบ้านมากๆ เลย ด้วยเหตุผลหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาษาที่สื่อสารกันค่อนข้างติดขัด เพราะพยาบาลส่วนใหญ่พูดแต่ฝรั่งเศส ธรรมเนียมปฏิบัติของเค้าก็ต่างจากที่เราเคยชิน พอวันที่ 3 แม่ต้องใส่เสื้อผ้าที่เตรียมไปเอง แล้วห้องดูแลเด็กจะพาสายรุ้งมาให้กินนมแม่ตามกำหนดเวลา แม่ไม่ค่อยมีนมเหมือนกับคราวของฟ้าใส แต่แม่ก็พยายามนะจ้ะ เค้ามีชาให้กิน เป็นชาที่จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างน้ำนม แม่ดื่มน้ำอุ่นเยอะมาก พอแม่บอกไปว่าแม่ตั้งใจจะให้กินนมแม่ พยาบาลเค้าก็เลยไม่ให้นมเสริม เพราะกลัวว่าลูกจะติดแล้วไม่กินนมแม่ ให้กินแต่ชา แม่น่ะสงสารสายรุ้งมาก น้ำหนักลดลงจากแรกคลอดทุกวัน

      แล้วเค้าก็ให้แม่ไปเรียนอาบน้ำลูก วิธีการของเค้าก็ต่างจากเราอีกนั่นแหล่ะจ้ะ เค้าให้แม่อุ้มลูกลงไปแกว่งในน้ำ โดยที่หน้าของลูกจมน้ำไปครึ่งหนึ่ง แม่ถามว่าหูไม่เป็นไรเหรอ เพราะที่แม่เคยอาบให้ฟ้าใส แม่จะต้องกันไม่ให้น้ำเข้าหู แต่พยาบาลบอกว่าไม่เป็นไร อีกอย่างอากาศมันหนาวแล้ว สายรุ้งต้องใส่เสื้อผ้าถึง 3 ชั้น กว่าจะใส่เสร็จ สายรุ้งก็ร้องไห้ด้วยความหิว เสียจนเสียงแหบเสียงแห้ง แม่น่ะสงสารลูกจัง ลูกยิ่งร้อง มือแม่ก็ยิ่งสั่น น้ำตาพาลไหลออกมา พยาบาลเค้าก็ไม่ช่วยนะ ปล่อยให้เราทำเอง อย่างนี้แหล่ะจ้ะ เค้าคงชินกับเสียงเด็กร้อง ไอ้เราเป็นแม่ นิดหนึ่งก็ไม่อยากให้ลูกต้องร้องไห้

      กำหนดเวลากินนมทุกๆ 4 ชั่วโมง คืนแรกๆ หมอให้แม่กินยานอนหลับเพื่อจะได้พักผ่อน กลางคืนสายรุ้งเลยต้องอยู่ที่ห้องเด็ก พอคืนถัดๆ มา แม่ไม่กินยาแล้ว พยาบาลจึงพาสายรุ้งมาทุกครั้งที่ได้เวลา แต่ด้วยความที่น้ำหนักลูกลดลง ทำให้ต้องชั่งน้ำหนักทั้งก่อนและหลังให้นม เพื่อดูว่าได้รับนมแม่ในปริมาณเท่าไหร่ ถ้าไม่พอค่อยให้ดื่มน้ำชาเพิ่ม แม่เลยใช้วิธีลงไปให้นมลูกที่ห้องเด็กเอง จะได้ไม่ลำบากให้ลูกต้องรอนาน แทนที่จะต้องชั่งน้ำหนักก่อนขึ้นมากินนมแม่ แล้วกลับลงไปชั่งน้ำหนัก ส่งคืนมาให้แม่ ถ้าร้องเพราะยังหิว ก็ต้องกลับไปดื่มชาที่ห้องเด็ก เดินขึ้นลงอยู่นั่น ลูกก็ร้องไห้ไป แม่เลยไม่เอาด้วย แม่เดินเองดีกว่า จะเจ็บแผลนิดหน่อยก็ยังดีกว่าปล่อยให้ลูกต้องรอ

      เราอยู่ รพ. ด้วยกัน 5 วัน แม่พยายามถามหมอทุกวันว่าเมื่อไหร่ถึงจะกลับบ้านได้ หมอชูเชนบอกว่าแม่กลับได้ทุกเมื่อ แต่ควรจะรอให้หมอเด็กเช็คลูกให้ละเอียดเสียก่อน ซึ่งก็ต้องใช้เวลาประมาณ 5 - 6 วัน จนกระทั่งวันที่ 5 มีพยาบาลที่พอพูดภาษาอังกฤษได้ ช่วยโทรไปตามหมอเด็กที่ดูตอนแม่ผ่าตัด มาตรวจเช็คสายรุ้งอีกครั้ง เพราะที่จริงหมอเด็กของสายรุ้ง คือหมอซูซูกิ หรือที่พี่ฟ้าใสเรียกว่า หมอกิ แต่หมอกิไม่มา รพ. นี้ จึงต้องใช้หมอเด็กของ รพ. กว่าคุณหมอเด็กมาก็ปาเข้าไปบ่าย 3 โมง ตรวจเรียบร้อยว่ากลับบ้านได้ แม่ดีใจมากๆ รีบโทรบอกให้คุณพ่อมารับ รอทาง รพ. จัดการเรื่องราวต่างๆ ได้กลับบ้านจริงๆ เกือบ 2 ทุ่ม ไม่เป็นไร ยังดีกว่าต้องนอน รพ. อีกคืนหนึ่ง

      ในที่สุดวันที่ 17 ธค. 43 แม่กับสายรุ้งก็ได้กลับบ้านเสียที บ้านที่มีแต่ความรักและความอบอุ่นของครอบครัวเรา คืนนั้นเราลงมานอนรวมกันหมดที่ชั้นล่าง พี่ฟ้าใสพลอยตื่นทุกครั้งที่สายรุ้งร้อง ทำให้นอนไม่พอ ตาเตอบวมตุ่ยไปหมด ฟ้าใสเกเรงอแงเล็กน้อย ตามประสาเด็ก เรายังพอรับมือกันไหว

      ถึงวันนี้ อะไรๆ ก็เริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว แผลของแม่ก็ดี จะมีเจ็บแปลบบ้างไม่มากมาย พอทนได้ จะมีปัญหาก็เรื่องปวดเมื่อย เพราะนั่งให้นมลูกนานๆ เลยปวดหลัง ปวดเอว เป็นปัญหายิ่งกว่าในท้องเสียอีกแน่ะ อ้อ คราวนี้ท้องแม่ยุบลงเร็วนะ อาจเป็นเพราะที่ รพ. เค้าเข้ามากดท้องแม่บ่อยๆ ให้เลือดข้างในออกมา รู้สึกหายเจ็บในท้องเร็วกว่าตอนผ่าคลอดฟ้าใส หมอชูเชนยืนยันว่าแผลเรียบร้อยดี ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แม่สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะอาบน้ำ เดินไปไหนมาไหน แต่ยังย้ำให้พักผ่อนและกินยาบำรุงเลือดกับวิตามินต่อไปอีกหน่อย

      ผ่านไปเกือบ 2 อาทิตย์แล้ว แม่พาสายรุ้งไปหาหมอกิ ทุกอย่างเรียบร้อยดี หมอกิให้แม่ป้อนนมเสริมได้ หมอกิเป็นหมอญี่ปุ่น ที่ทันสมัยมาก เป็นหมอที่เน้นจิตวิทยาในการเลี้ยงดูเด็ก หมอยังบอกอีกว่า ถ้าภายใน 2 อาทิตย์ ลูกดื่มนมเสริมถึง 80% ล่ะก็ ให้หยุดนมแม่ได้นะ ไม่เป็นไรหรอก ชีวิตจะได้ง่ายขึ้น เพราะนมแม่คงไม่พอให้ลูกได้อิ่ม ฟังอย่างนี้แม่ก็สบายใจ ถึงจะไม่ได้ให้นมแม่เอง แต่แม่ก็รักและป้อนนมขวดด้วยหัวใจที่เต็มร้อยเหมือนกันจ้ะลูกจ๋า วันนี้แม่ต้องพอก่อนนะจ๊ะ

รักลูกเท่าแขนกาง เท่าฟ้ากว้างสีน้ำเงิน

แม่เอง



มุมการกุศล : Charity area


visit our sponsor
visit our sponsor


Home | ข่าวสุขภาพ | การตั้งครรภ์-การคลอด | การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ | ทารกแรกเกิด - ๑ ขวบ
เด็กวัย ๑-๕ ขวบ | Working Mom | การเงินในครอบครัว | สาระน่ารู้ภายในบ้าน | Dad's Corner


maeaom@hotmail.com
Thaiparents.com 2000
All rights reserved