Make your own free website on Tripod.com

Poj
visit our sponsor
visit our sponsor

Ploy












BeMyGuest >
Be My Guest
แขกรับเชิญ: คุณพงศ์ทิพย์ พงศ์คำ

อาชีพ: ที่ปรึกษาทางการบัญชีและการเงิน

ภรรยา: คุณทิตธิดา เถลิงนวชาติ

ชื่อลูก: ดช. พศิน พงศ์คำ หรือ "น้องหนึ่ง" อายุ 1 ปี

ก่อนอื่นขอขอบคุณ คุณพงศ์ทิพย์นะคะ ที่ให้เกียรติมาร่วมพูดคุยกันในวันนี้

สวัสดีค่ะคุณพ่อลูกหนึ่ง
…สวัสดีครับคุณแม่อ้อม

ตอนนี้คุณพ่อทำงานด้านไหนคะ

ตอบ ตอนนี้ทำงานเป็นที่ปรึกษาทางการบัญชีและการเงินกับบริษัทที่ปรึกษาแห่งหนึ่ง ส่วน ใหญ่จะเป็นการให้คำปรึกษากับ บริษัทต่างประเทศที่สนใจเข้ามาลงทุนหรือร่วมทุนกับบริษัทในประเทศไทย นอกจากนี้ยังให้บริการวางระบบบัญชีและการเงิน กับลูกค้าทั่วไปด้วยครับ

กรุณาบอกชีวิตประจำวันคร่าว ๆ ได้ไหมคะ

ตอบ ทั้งผมและภรรยาต้องออกไปทำงานนอกบ้านทั้งคู่ การดูแลน้องหนึ่งจึงตก เป็นภาระของคุณปู่คุณย่า (ตอนนี้เรายังอาศัยอยู่ที่บ้านคุณพ่อคุณแม่ครับ) กลับมาจากทำงาน ประมาณทุ่มครึ่ง ก็จะมีเวลาเล่นกับเขานิดหน่อย แล้วก็เอาเข้านอนประมาณสามทุ่มครึ่ง (ค่อนข้างนอนดึก) จะมีเวลาให้เขา เต็มที่ก็ตอนเสาร์อาทิตย์ ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่กับบ้าน ช่วงวันหยุดดูเขาจะร่าเริงเป็นพิเศษเพราะมีพ่อแม่คอย อยู่เล่นด้วย

ตอนนี้ "น้องหนึ่ง" อายุเท่าไหร่ และกะว่าในครอบครัวจะมีลูกสักกี่คนคะ

ตอบ "น้องหนึ่ง" เพิ่งครบ 1 ขวบเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมาครับ คุยกันกับภรรยา ว่าอาจจะมีลูก (ผู้หญิง) อีกสักคนคงพอแล้ว เพราะอายุค่อนข้างมากแล้วทั้งคู่

มีแนวทางในการเลี้ยงลูกอย่างไรบ้างคะ และภรรยาเห็นด้วยไหม

ตอบ ส่วนใหญ่จะปล่อยให้เขาทำในสิ่งที่เขาอยากทำ เราจะไม่พยายามฝืนธรรมชาติ ของลูก ไม่มีการวางโปรแกรมการฝึกฝน ใดๆทั้งสิ้น นิสัยของ "น้องหนึ่ง" ค่อนข้างมีความเป็นตัวเองสูง เราจึงไม่ค่อยห้ามแกเวลาแกอยากทำอะไร(ที่ไม่อันตราย) แต่จะคอยชี้แนะว่าอะไรดีหรือไม่ดี ไม่ใช่เอา แต่ตามใจอย่างเดียว นอกจากนี้ยังพยายามสอนให้เขารู้จักและคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมรอบๆ ตัว เช่น พาออกไปเดินชมนกชมไม้เพื่อไม่ให้รู้สึกกลัวเวลาอยู่ที่ชุมชน ภรรยาผมเขาจะเน้นเรื่องการสอน ให้ลูกรู้จักสิ่งนู้นสิ่งนี้ ร้องเพลงให้ฟัง และที่สำคัญคือ การดูแลเรื่องความสะอาดของลูก

ใช้เวลาว่างกับครอบครัวอย่างไรบ้างคะ

ตอบ ส่วนใหญ่ช่วงวันหยุดก็ไม่ค่อยไปไหนจะให้เวลาทั้งหมดที่มีกับครอบครัว เช่น เล่นกับลูก พาไปเดินเล่นแถวๆ บ้าน (ดูแกจะชอบเป็นพิเศษ) นานๆ ครั้งจะพาออกไปเที่ยวข้างนอก ส่วนใหญ่ก็จะไปตามห้างสรรพสินค้าเพราะอากาศไม่ร้อน ซึ่งจะเลือกที่ๆ อยู่ใกล้บ้านและคนไม่มาก สิ่งนี้เป็นการช่วยฝึกลูกให้คุ้นกับที่ชุมชน

บางวันหยุดเราก็จะพากันไปอยู่บ้านที่ซื้อเอาไว้ (แต่ยังไม่มีโอกาสไปอยู่กันจริงๆ) นอนค้างสัก 1-2 คืน ก็มีความสุขไปอีกแบบ คาดว่าถ้าลูกโตขึ้นกว่านี้จะลองทำกิจกรรมอื่นๆ ดูบ้าง เช่น ไปเขาดิน ไปต่าง จังหวัดพวกชายทะเล ลูกจะได้รู้จักกับโลกที่กว้างขึ้น

ให้เวลากับภรรยาในช่วงไหนคะ และมีโอกาสไปเที่ยวกับภรรยาสองต่อสองไหมคะ

ตอบ อย่างที่บอกครับว่าจะพูดคุยกันตลอด มีอะไรก็มักจะปรึกษากันเสมอ ส่วนการ ไปเที่ยวกันสองต่อสองนั้นไม่มีมาตั้งแต่หลังคลอดแล้ว เพราะไม่มีเวลาเลย เวลาว่างทั้งหมดยกให้กับลูก แต่ที่ผ่านมาตอนลูกอายุ 9 เดือนก็เคยพากันขับรถขึ้นไปเชียงใหม่ (พร้อมกับคุณปู่คุณย่าด้วย) ก็รู้สึกสนุกดี คิดว่าอีกหน่อยคงไม่มีโอกาสไปกันสองคนแล้วเพราะลูกก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราด้วย

พอใจกับชีวิตครอบครัวที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้มากน้อยแค่ไหนคะ และ มีส่วนใดบ้างที่อยากเพิ่มมากขึ้นหรือลดลง

ตอบ พอใจมากครับ ถึงแม้ว่าเราจะไม่รวยแต่ก็มีความสุขดี พอดีเราถูกสอนมาไม่ให้ฟุ้งเฟ้อหรือเป็นพวกวัตถุนิยม จึงไม่มีปัญหา สิ่งที่มีอยู่ก็ไม่ได้ขาด แคลนอะไร บ้านก็ไม่ใหญ่โต รถก็คันเล็กๆ แค่นี้ก็พอแล้วครับสำหรับครอบครัวที่มีพ่อแม่และลูก

เล่าให้ฟังช่วงที่ภรรยาตั้งครรภ์ลูกคนนี้หน่อยได้ไหมคะ เช่นแพ้มากไหม อยากทานอะไรเป็นพิเศษ และมีโรคแทรกซ้อนไหม ภรรยากังวลใจเกี่ยวกับการตั้งครรภ์บ้างมั้ยคะ

ตอบ ช่วงแรกๆ จะแพ้มากครับโดยเฉพาะอาหารที่มีกลิ่น กระเทียม อาหารทั่วๆ ไปก็ทานได้ดี โรคแทรกซ้อนก็ไม่มี เพราะเราฝาก ท้องกับคุณหมอและ ไปพบตามนัดตลอด เรื่องความกังวลใจยิ่งไม่มีใหญ่เพราะภรรยาผมอยากมีลูกมาก คอยแต่นับ วันให้ถึง กำหนดคลอดเร็วๆ โดยรวมๆ แล้วดีครับไม่มีอะไรน่าห่วง แต่ก็สงสารเขาตอนที่ท้องแก่ๆ เพราะเขาจะนอนลำบากมากครับ หายใจไม่ค่อยออก

เล่าเหตุการณ์ในวันคลอดให้ฟังหน่อยได้ไหมคะ เพื่อเป็นประสบการณ์แก่คุณพ่อคนอื่นที่กำลังรอวันคลอด ของภรรยาอยู่ คุณพงศ์ทิพย์ได้อยู่เป็นเพื่อนในวันคลอดด้วยไหมคะ

ตอบ ค่อนข้างตื่นเต้นครับเพราะใกล้ถึงกำหนดคลอดแล้วยังไม่แสดงอาการเตือนอะไรเลย คุณหมอแนะนำว่าควรผ่าตัดดีกว่า เพราะรู้สึกว่าเด็กตอบสนองน้อยลงอาจจะไม่ดี เลยตกลงกันว่าถ้าถึงกำหนดแล้วยัง ไม่เกิดอะไรขึ้นก็ผ่าตัดเลยดีกว่าไม่อยากเสี่ยง สุดท้ายก็ต้องผ่าออกคุณหมอบอกว่าตัดสินใจถูกแล้ว เพราะนำ้ครำ่ปลี่ยนเป็นสีเขียวแล้วปล่อยเอาไว้เด็กก็ไม่คลอดเองเพราะ อาการเริ่มแย่แล้ว

แต่การผ่าตัดก็ทำให้ภรรยาผมมีการเจ็บแผลมาจนทุกวันนี้ ซึ่งหมอบอกว่าจะหายไปเองแต่จะไม่ 100% เหมือนก่อน แต่เพื่อลูกแม่ย่อมเสียสละได้เสมอ ส่วนตัวผมห่วงทั้งภรรยาและลูกได้แต่ดูคนโน้นทีคนนี้ทีเดินไปเดินมาทั้งวัน ตอนได้อุ้มลูกครั้งแรกรู้สึกดีมาก มองหน้าลูกแล้วรู้สึกว่าเราจำหน้าเค้าได้ทันที (เพราะหน้าคุ้นๆ เหมือนเรา) ไม่กลัวว่าจะ ไปสลับกับลูกคนอื่น ผมว่าพ่อแม่ทุกคนคงเป็นเหมือนกัน จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งคือลูกผมเขาหัวยาวกว่าเด็กคนอื่นๆ เวลา ใครๆ มาเยี่ยมก็จะบอกว่านั่นไงเด็กคนที่หัวยาวๆ นั่นแหละ "น้องหนึ่ง"

มีเคล็ดลับในการเลี้ยงดูลูกอย่างไรบ้างคะ

ตอบ ก็ไม่มีอะไรพิเศษ เลี้ยงเขาเหมือนที่พ่อแม่เลี้ยงเรามา คือ ให้อิสระกับเด็กและไม่พยายามฝืนธรรมชาติของเขา ค่อยๆ สอนกันไป ผมเชื่อว่าเด็กจะดีและฉลาดนั้น ส่วนหนึ่งอยู่ที่ตัวของเขาเอง อีกส่วนอยู่ที่คนรอบข้างจะใส่ข้อมูลเข้าไป แต่ถ้าเราใส่ข้อมูล แบบยัดเยียด เช่นอยากให้เขาฉลาดเกินอายุ อยากให้พูดได้หลายภาษา ฯลฯ เด็กจะไม่มีความสุขและต่อต้าน ผมจะเน้นให้ลูกเป็นไปตามธรรมชาติ ไม่ไปเปรียบเทียบกับลูกคนโน้นคนนี้

ผมเคยเห็นบางคนฝึกลูกเหมือนนักกีฬา ทุกวันจะต้อง มีตารางเวลา เช่น ตอนนี้ต้องฝึกร้องเพลง ตอนนี้ต้องไปออกกำลังกาย ตอนนี้ต้องฝึกภาษา อายุเท่านี้ควรจะทำอะไรได้แล้วบ้าง (ถึงขั้นมี check listกันเลย) ผมว่าการเลี้ยงลูกไม่มีสูตรสำเร็จ ไม่มีตำราเลี้ยงลูกที่ไหนจะดีและสมบูรณ์เท่ากับพ่อแม่ เพราะฉะนั้นผมจึง เลี้ยงลูกให้เขาเป็นในสิ่งที่เขาชอบและอยากจะเป็น ไม่ใช่เราอยากให้เป็น เราในฐานะพ่อแม่มีหน้าที่คอยให้คำชี้แนะและส่งเสริม ลูกในสิ่งที่ดีๆ มีประโยชน์และไม่จำเป็นว่าลูกเราจะต้องเก่งที่สุด และที่สำคัญจะต้องไม่ตั้งความหวัง (ซึ่งส่วนใหญ่จะคิดเอาเองโดยผู้ใหญ่) ในตัวลูกสูงเกินไป เพราะจะทำให้เขาเครียดและพ่อแม่เองยิ่งเครียดใหญ่ เราควรจะพอใจแล้วในสิ่งที่ลูกทำได้ ผมว่าถ้าทำได้อย่างนี้ครอบครัวก็จะมีความสุข

นอกจากนี้ มีข้อคิดอะไรฝากถึงคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่น ๆ บ้างไหมคะ

ตอบ ผมเชื่อว่าพ่อแม่ทุกคนรักลูก แต่อาจไม่ทุกคนที่เข้าใจลูก ในสังคมปัจจุบันนี้เราต้องเป็นมากกว่าพ่อแม่ เราต้องสามารถเป็น เพื่อนกับเขาได้และเข้าใจความต้องการของเขา ปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ส่วนใหญ่ไม่ใช่เพราะเด็กขาดความรัก แต่ขาดคนเข้าใจ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องเริ่มต้นกันตั้งแต่ลูกยังเล็กเลย เป็นทั้งการฝึกตัวเองและลูกไปพร้อมๆ กัน ถ้าทำได้ลูกจะไว้ใจเราและคิดถึงเราเสมอ เวลามีปัญหา สุดท้ายนี้ขอให้ทุกครอบครัวที่มีเจ้าตัวเล็กๆ มีความสุขกับการเลี้ยงลูกนะครับ

ขอบคุณคุณพงศ์ทิพย์ - คุณพ่อของ "น้องหนึ่ง" นะคะ ที่ได้มีโอกาสมาพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ความเป็น "คุณพ่อ" กันในครั้งนี้ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ

แม่อ้อม


back



visit our sponsor
visit our sponsor


Home | ข่าวสุขภาพ | การตั้งครรภ์-การคลอด | การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ | ทารกแรกเกิด - ๑ ขวบ
เด็กวัย ๑-๕ ขวบ | Working Mom | การเงินในครอบครัว | สาระน่ารู้ภายในบ้าน | Dad's Corner


maeaom@hotmail.com
Thaiparents.com 2000
All rights reserved