Make your own free website on Tripod.com
Poj
visit our sponsor
visit our sponsor
Ploy









- เครื่องปรับอากาศ
- ขับรถตอนกลางคืน
Thoughts For The Week
แม่ใจร้าย
(ได้รับบทความนี้เป็นภาษาอังกฤษทาง email จึงนำมาแปลและอ่านด้วยกัน)
English version click here



วันหนึ่ง เมื่อลูกของฉันเติบโตพอที่จะเข้าใจ ถึงหน้าที่ในการอบรมสั่งสอนลูกของพ่อแม่, ฉันจะบอกกับลูกว่า:

แม่รักลูกมากพอ...ที่จะถามว่าลูกจะไปไหน, ไปกับใคร, และจะกลับบ้านเวลาอะไร

แม่รักลูกมากพอ...ที่จะยืนยันให้ลูกหัดเก็บเงิน เพื่อนำไปซื้อรถจักรยานด้วยตัวลูกเอง แม้ว่าแม่มีเงินมากพอ ที่จะซื้อให้ลูกได้

แม่รักลูกมากพอ...ที่จะเงียบ ไม่วิจารณ์เพื่อนของลูก แล้วปล่อยให้ลูกค้นพบภายหลังว่า เพื่อนที่ลูกว่าดีที่สุดนั้น เป็นคนโกหกหลอกลวงเช่นไร

แม่รักลูกมากพอ...ที่จะทำให้ลูกกลับไปจ่ายเงินค่าหมากฝรั่ง และบอกกับพนักงานขายว่า, "ผมขโมยไปเมื่อวานนี้ และยินดีที่จะชดใช้ให้"

แม่รักลูกมากพอ...ที่จะอยู่เป็นเพื่อนลูกนานถึง 2 ชั่วโมง ในขณะที่ลูกทำความสะอาดห้องนอนของลูก ทั้งที่ เป็นงานซึ่งควรจะใช้เวลาเพียง 15 นาทีเท่านั้น

แม่รักลูกมากพอ...ที่จะให้ลูกได้เห็นยามแม่โกรธ, ยามแม่ผิดหวัง และน้ำตาของแม่เมื่อเสียใจ เด็กๆ ควรเรียนรู้ว่า พ่อแม่ของเขาไม่ใช่บุคคลที่สมบูรณ์แบบไปหมดทุกอย่าง

แม่รักลูกมากพอ...ที่ปล่อยให้ลูกรู้จักรับผิดชอบ ในการกระทำของลูก แม้ว่าการลงโทษจะอยู่ในขั้นที่รุนแรง และแทบจะทำให้หัวใจแม่แตกสลายก็ตาม

แต่ทั้งหมดนี้, เพราะว่าแม่รักลูกมากพอ...ที่จะปฏิเสธลูก - "ไม่!" แม้ว่าแม่จะรู้อยู่เต็มอกว่า จะทำให้ลูกเกลียดแม่ก็ตาม

มันเป็นต่อสู้ที่ยากลำบากเหนือกว่าสิ่งอื่นใดทั้งหมด

แม่ดีใจที่แม่ชนะ, เพราะว่าในภายหลังลูกก็จะเป็นผู้ชนะด้วย

และในวันหนึ่งข้างหน้า เมื่อลูกของลูกเติบโตพอที่จะเข้าใจ ถึงวัฏจักรในการอบรมสั่งสอนของผู้เป็นพ่อแม่, ลูกจะได้บอกแก่ลูกของลูกว่า...

แม่ของเธอใจร้ายมั้ย? ฉันรู้ว่า แม่ของของฉันเป็นคนใจร้าย เราต่างก็มีแม่ที่ใจร้ายที่สุดในโลกด้วยกันทั้งคู่!

ขณะที่เด็กคนอื่นได้ทานขนมหวานเป็นอาหารเช้า, เรากลับต้องทานซีรีล, ไข่, และขนมปังปิ้ง ขณะที่เด็กคนอื่นได้ดื่มน้ำอัดลมและกินช็อคโกแลตเป็นอาหารกลางวัน, เรา กลับต้องรับประทาน แซนด์วิช และเธอคงจะเดาได้ว่า แม่ของเราทำอาหารเย็นที่แตกต่างจากเด็กคนอื่นได้รับประทาน, เช่นกัน

แม่ยังยืนยันอีกว่า แม่จะต้องรับทราบว่าพวกเราอยู่ที่ไหนตลอดเวลา เธอจะต้องคิดว่าเราอยู่ในคุกกันแน่ๆ เลย เพราะแม่จะต้องรับรู้ว่า เพื่อนของเราคือใคร, และเรากำลังทำอะไรกันอยู่ แม่ยังยืนยันอีกว่า หากเราขอแม่ออกไปข้างนอกเป็นเวลา 1 ชั่วโมง หมายความว่าเราจะต้องออกไปเพียง 1 ชั่วโมงจริงๆ หรือไม่ก็น้อยกว่านั้น

พวกเราอับอายที่จะยอมรับว่า, แม่ของพวกเราประสาทเสียพอ ที่จะกระทำผิดกฎหมาย ว่าด้วยแรงงานเด็ก โดยบังคับให้พวกเราทำงาน เราต้องล้างจาน ทำเตียง เรียนรู้ที่จะทำกับข้าว, ดูดฝุ่น, ซักผ้า, นำขยะไปเท เรียกได้ว่างานที่แย่ๆ ทั้งหลายทุกชนิด เราคิดว่า แม่คงนอนลืมตาโพลง ทั้งคืน เพื่อคอยคิดว่าจะหางานอะไรมาให้พวกเราทำเพิ่มขึ้นอีกดี

แม่ยังยืนยันเสมอที่จะให้เราพูดความจริง, พูดแต่ความจริง, และไม่มีคำมดเท็จแม้แต่น้อยนอกจากความจริง เมื่อเราย่างเข้าสู่วัยรุ่น แม่แทบจะอ่านใจเราออกทั้งหมด

นอกจากนั้น, ชีวิตเราช่างลำบากเหลือเกิน! แม่ของเราไม่ยอมให้ เพื่อนมารับเราเพียงแค่บีบแตรรถแล้วขับออกไป เพื่อนจะต้องมายืนรับเรา ที่หน้าประตูบ้าน เพื่อแม่จะได้ ออกไปพบเพื่อนด้วยตัวเอง

ขณะที่ใครๆ ออกเดทได้เมื่ออายุ 12 หรือ 13, แต่เราต้องรอจนกว่า เราจะอายุ 16 ปี

เพราะว่าแม่ของเรา ทำให้เราพลาดประสบการณ์สนุกๆ หลายอย่าง ที่เด็กวัยเดียวกับเราพึงได้รับ ฉะนั้น พวกเราทุกคนจึงไม่มีใครเลยที่จะ ถูกจับด้วยข้อหาขโมยสินค้าในร้าน, ทำลายข้าวของผู้อื่น หรือแม้แต่ ถูกจับด้วยข้อหาคดีอาญาใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งหมดนี้เป็นความผิดของแม่เราแต่เพียงผู้เดียว

เดี๋ยวนี้ เราเติบโต ดำเนินชีวิตของเราเอง, เราต่างมีการศึกษาที่ดี, เป็นผู้ใหญ่ที่ซื่อสัตย์สุจริต เราพยายามทำทุกอย่างที่จะเป็นพ่อแม่ที่ใจร้ายกับลูกเหมือนที่พ่อแม่เราเป็น

ฉันคิดว่า สิ่งที่ทำให้โลกเราผิดปรกติอยู่ทุกวันนี้ ก็เพราะว่า แม่ใจร้ายมีจำนวนน้อยไปหน่อย

กรุณาส่งต่อไปให้บรรดาแม่ใจร้ายทั้งหลายที่คุณรู้จัก







visit our sponsor
visit our sponsor


Home | ข่าวสุขภาพ | การตั้งครรภ์-การคลอด | การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ | ทารกแรกเกิด - ๑ ขวบ
เด็กวัย ๑-๕ ขวบ | Working Mom | การเงินในครอบครัว | สาระน่ารู้ภายในบ้าน | Dad's Corner


maeaom@hotmail.com
Thaiparents.com 2000
All rights reserved