Make your own free website on Tripod.com
Poj
visit our sponsor
กรุณาสนับสนุนสปอนเซอร์ของเรา
Ploy









- เครื่องปรับอากาศ
- จะปลอบขวัญทารกร้องไห้อย่างไรดี
- ความอึดอัดในใจพ่อ
- หลีกเลี่ยงคนเมาเหล้าขับรถ
- เมื่อก๊อกน้ำรั่วหรือหยด
- ขับรถตอนกลางคืน
ยาเม็ดทำแท้ง - ไม่ง่ายอย่างที่คิด

การที่จะทำแท้ง โดยการทานยาเม็ดที่ชื่อ RU-486 ไม่ง่ายเหมือนการกินยาเม็ดโดยทั่วไป

ดังนั้นทาง องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐ (Food and Drug Administration) จึงได้ออกประกาศในวันต่อมา หลังการอนุมัติรับรองการใช้ยาเม็ดทำแท้งได้ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้หญิงทุกคนที่ต้องการใช้ยานี้มีความเข้าใจถึงขั้นตอนการใช้ยาอย่างถูกต้อง และแพทย์ที่ได้รับการฝึกฝนได้ใช้ยานี้อย่างถูกต้องด้วยเช่นกัน


ยาเม็ดในการทำแท้งซึ่งแพทย์เรียกตามชื่อทางเคมีว่า Mifepristone จะใช้ได้เฉพาะผู้ที่อยู่ในระยะการตั้งครรภ์ ใน 49 วันเท่านั้นซึ่งนับจากวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย และจะต้องมาพบแพทย์ 3 ครั้งด้วยกัน เพื่อให้การทำแท้งเป็นไปอย่างสมบูรณ์


ครั้งแรกที่มาพบแพทย์ ผู้หญิงที่ต้องการทำแท้งจะต้องทานยาเม็ด mifepristone จำนวน 3 เม็ด ซึ่งยา mifepristone จะไปขัดขวางการทำงานของฮอร์โมนที่จำเป็นในดำรงการตั้งครรภ์ต่อไป โดยถ้าหากไม่มีฮอร์โมน, โปรเจสเตอโรน และผนังมดลูกยังคงบางอยู่ ตัวอ่อน (Embryo) จึงไม่สามารถฝังตัวและเจริญเติบโตได้


และเพื่อแยกตัวอ่อน (Embryo) ออกจากมดลูกและให้ถูกขับออกมา ผู้หญิงที่ทานยาชุดแรกไปแล้วจะต้องกลับมาพบแพทย์อีกครั้งในเวลา 2 วันต่อมา เพื่อทานยาชุดที่ 2 คือยา Misoprostol ซึ่งยานี้จะทำให้เกิดอาการ มดลูกบีบรัดตัวเหมือนการแท้งบุตรทั่วไป คือมีอาการปวดท้องและมีเลือดออก


หลังจากนั้น จะต้องกลับไปพบแพทย์อีกภายใน 2 อาทิตย์ต่อมาเพื่อให้แน่ใจว่าการแท้งบุตรมีความสมบูรณ์ เรียบร้อยดี

จากการศึกษาพบว่า ยาเม็ด Mifepristone ให้ประสิทธิภาพในการทำแท้งบุตรในระยะต้นของการตั้งครรภ์ได้ถึง 92 - 95% แต่ในบางรายอาจต้องมีการผ่าตัดเพื่อให้การทำแท้งเสร็จสมบูรณ์


ทั้งนี้ ทาง FDA ได้เตือนว่า ถ้าหากว่า ตัวอ่อน (Fetus) ยังคงมีชีวิตรอดไม่ว่าจะอยู่ในระยะการทานยา Mifepristone หรือ Misoprostol และไม่ได้มีการผ่าตัดทำแท้งเพิ่มเติมอย่างใด จะทำให้บุตรที่เกิดมามีอาการพิการจนผิดรูปร่างอย่างมาก ซึ่งเคยเกิดขึ้นแล้วในประเทศอื่นๆ แต่ถ้า ตัวอ่อน (Fetus) เสียชีวิตแต่ไม่ได้ถูกขับออกมาอย่างสมบูรณ์ ผู้หญิงที่ทานยานี้ก็จะมีโอกาสติดเชื้อ หรือมีปัญหาด้านสุขภาพอย่างอื่นต่อไป


จากการศึกษาพบว่า หากคนไข้ทานยานี้และได้ไปพบแพทย์ตามที่จำเป็น โอกาสที่จะเกิดปัญหาก็เป็นไปได้น้อย โดยมีเพียง 1% เท่านั้น ที่คนไข้มีอาการตกเลือดมากจนถึงขั้นต้องผ่าตัดเพื่อทำแท้งและมีการให้เลือด


ทาง FDA เองก็ได้มีการแจกจ่ายโบรชัวร์ข้อมูลในการอธิบายการใช้ยาเม็ดนี้อย่างถูกวิธี และชี้แจงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ รวมทั้งผู้ที่ใช้ยานี้จะต้องเซ็นยินยอมในการเข้ามาพบแพทย์ตามความจำเป็นที่ระบุไว้


นอกจากนั้น ยาเม็ด Mifepristone จะถูกจ่ายยาโดยแพทย์ที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างเชี่ยวชาญในการตรวจคำนวณระยะการตั้งครรภ์ได้อย่างถูกต้องเท่านั้น เพราะผู้หญิงทั่วไปไม่สามารถซื้อยาเม็ดชนิดนี้ทานเองได้ และยานี้จะใช้ได้โดยแพทย์ที่สามารถทำการผ่าตัดได้ ในกรณีที่คนไข้มีอาการตกเลือด หรือมีความจำเป็นต้องผ่าตัดเพื่อทำแท้ง หรือยานี้จะใช้ได้โดยแพทย์ที่สามารถนัดหมายแพทย์ผ่าตัดได้ล่วงหน้าเพื่อทำการผ่าตัดในกรณีฉุกเฉิน


ทั้งนี้ ทาง FDA ได้ขอให้ หน่วยควบคุมจำนวนประชากรแห่งสหรัฐ ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในยาเม็ดทำแท้งนี้ ให้ติดตามดูว่ามีข้อใดที่จะต้องระมัดระวังเพิ่มเติมอีกบ้างหลังจากการใช้ยานี้

Posted: 4 October 2000



มุมการกุศล : Charity area





visit our sponsor
visit our sponsor


Home | ข่าวสุขภาพ | การตั้งครรภ์-การคลอด | การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ | ทารกแรกเกิด - ๑ ขวบ
เด็กวัย ๑-๕ ขวบ | Working Mom | การเงินในครอบครัว | สาระน่ารู้ภายในบ้าน | Dad's Corner


maeaom@hotmail.com
Thaiparents.com 2000
All rights reserved