Make your own free website on Tripod.com

Poj
visit our sponsor
visit our sponsor
Ploy
Mirror Site http://www.geocities.com/thaiparents/

















ถามตอบกับกุมารแพทย์





เชิญส่งคำถามมาได้ที่ maeaom@hotmail.com


หัวข้อคำถามหน้าที่ 6

หน้าที่
1, 2, 3 , 4, 5, 6, 7 , 8

"มารตฐานของเด็ก 5 เดือน"
"การเรอของเด็ก"
"ทานแต่นม หลังผ่าตัดหัวใจ"
"ลูกไม่ชอบทานข้าว"
"อาหารเสริมสำหรับเด็ก 4 เดือน"
"อาหารเสริมสำหรับเด็ก 7 เดือน"
"การเรอและสะอึกของเด็กอายุ 12 วัน"
"ฟันของลูก"
"การให้นมลูกอายุ 1 เดือน"
"vaccine"
"ลูก 4 เดือนครึ่งชอบดูดนิ้วโป้ง"
ลูกชอบกัดเล็บ
ลูกเล่นอึหรือฉี่แล้วรับประทานเข้าไป
นิสัยการรับประทานของลูกวัย 10 เดือน
ลูกชายไม่ค่อยทานข้าว






"อยากทราบว่าลูกอายุ 5 เดือนกว่า ได้มาตรฐานหรือไม่"


เรียนถามคุณหมอค่ะว่า
ตอนนี้ลูกสาวอายุ5 เดือนกว่า ๆ ตอนแรกคลอด หนัก 2,870 กรัม ยาว แค่ 45 ซม.เอง เลยเป็นห่วงกลัวลูกจะไม่สูง เพราะเด็กปกติเขาจะยาว 50 พอตอนอายุสี่เดือน ยาว 61 หนัก 6.6 ก.ก พัฒนาการก็ปกติ คว่ำ ได้ตอน 3 เดือน และตอน 5 เดือนกลิ้งตัว ได้หมด พัฒนาการและส่วนสูง, น้ำหนักของลูกสาวเป็นไปตามปรกติหรือเปล่าคะ เป็นลูกคนแรก เลยไม่ทราบว่าจะต้องเป็นอย่างไร จึงจะถือว่าปรกติและได้มาตรฐานคะ
ขอบพระคุณค่ะ
จิราพร



เรียน คุณจิราพร โดยปกติเด็กแรกเกิดมีน้ำหนักตัวเฉลี่ยที่ 3 กก. ยาวประมาณ 50 ซม. เมื่ออายุได้ 4 เดือน จะโตขึ้นเป็น 2 เท่าคือน้ำหนักเป็น 6 กก. ความยาวประมาณ 61 ซม. ดังนั้นลูกของ คุณจิราพรนับได้ว่าตอนเกิดมีน้ำหนักตัวน้อย ความยาว (ไม่แน่ใจว่าวัดถูกต้องหรือไม่) น้อย แต่เมื่ออายุ 4 เดือน ก็สามารถเติบโตทันลูกคนอื่นที่เกิดมาครบกำหนดและหนัก 3 กก. แล้ว ก็นับได้ว่าลูกของคุณจิราพรมีการเจริญเติบโตได้ตามปกติที่ควรจะเป็นแล้ว และ มีโอกาสที่จะเติบโตเท่าลูกคนอื่นเช่นกันครับ
ไพบูลย์

back





"การให้นมลูกอายุ 1 เดือน"


ขอเรียนถามคุณหมอเกี่ยวกับการกินนมของลูกค่ะ
ตอนแรกคลอด ลูกชายมีน้ำหนัก 3.6 กิโลกรัม เป็นเด็กที่คลอดครบอายุครรภ์ (40 สัปดาห์) ปัจจุบันให้ทานแต่นมขวดเพราะแม่ไม่ค่อยมีน้ำนมให้ลูก ลองปั๊มอย่างเก่งได้วันละประมาณ 2-3 ออนซ์ แต่ก็ยังให้ดูดกระตุ้นอยู่ ถ้าหิวมาก ๆ จะไม่ยอมดูดนมแม่ เพราะน้ำนมไหลน้อย ไม่ทันใจ เลยให้ทานนมขวด จะทานเก่งมาก

2 อาทิตย์แรกทานครั้งละ 3 ออนซ์/ครั้ง 6 ครั้ง/วัน
อาทิตย์ที่ 3 ทานได้ 4 ออนซ์/ครั้ง 6 ครั้ง/วัน
(เวลาที่ให้นมประมาณนี้ค่ะ 02:00 - 06:00 - 10:00 - 14:00 - 18:00 - 22:00 น.)
ปัจจุบันอีก 4 วันจะครบเดือน ตอนนี้ให้ 4 ออนซ์ไม่พอ ร้องไห้หันหานม
ทำปากดูด ลองให้เพิ่มอีก 1 ออนซ์ก็หมด

1) ถ้าช่วงนี้ให้นม 5 ออนซ์/ครั้ง จะมากไปหรือไม่ค่ะ แล้วจะต้องลดมื้อนมลงจาก 6 มื้อเป็น 5 มื้อหรือไม่ค่ะ แล้วพอถึง 1 เดือนต้องให้เพิ่มอีกหรือไม่คะ

2) โดยปกติแล้ว เด็กควรได้รับนมวันละกี่ออนซ์ต่อน้ำหนัก 1 กิโลกรัมคะ

3) ลูกถ่ายปกติทุกวัน วันละ 1 ครั้ง ช่วงอาทิตย์แรกถ่ายเป็นสีเหลือง (ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้รับนมแม่) แต่ ตอนนี้ถ่ายเป็นสีเขียว บางทีจะมีสีเหลืองปนนิดหน่อย อุจจาระค่อนข้างเหนียว แต่เวลาถ่ายลูกจะเบ่ง และร้องไห้ ไม่ทราบว่า สีและลักษณะของอุจจาระปกติหรือไม่คะ

4) เวลากินนมเสร็จให้เรอนานแค่ไหนจึงจะพอค่ะ เพราะบางทีไม่ค่อยยอมเรอเลย กลัวว่าจะมีลมในกระเพาะ และปวดท้อง

5) เวลาดูดนมจากขวด มีความรู้สึกว่าลูกมีเสมหะในคอ อย่างนี้ปกติหรือไม่คะ หรือต้องให้คุณหมอดูดออกคะ ขอรบกวนถามคุณหมอ 5 ข้อค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ
แม่น้องแพ๊ท Thanomsak Santanaprasit



เรียน คุณแม่น้องแพท
ก่อนอื่นต้องขออธิบายก่อนว่าน้ำนมแม่ไม่พอนั้นเพราะได้รับการกระตุ้นไม่เพียงพอครับ คือน้ำนมแม่จะสร้างและหลั่งได้ดีตามการดื่มนมของลูก ตั้งแต่การดูดนม การที่ให้นมได้มากน้อยเท่าไร ร่างกายคุณแม่ก็จะผลิตน้ำนมมากเท่ากับความต้องการตามที่ดูดไป แต่หากให้นมขวดด้วย นมแม่จะขาดตรงปริมาณการใช้น้อย จึงทำให้ผลิตน้ำนมน้อย แล้วทักว่ามีน้ำนมน้อย อย่างไรก็ตามหากคุณแม่จะให้เพิ่มได้ก็ดี เพราะจะได้ภูมิต้านทานเต็มที่ สำหรับคำถามนั้น ผมขอตอบเป็นข้อ ๆ ดังนี้

1. ปกติเด็กทารกที่ครบกำหนดเราจะให้นมวันละ 6 มื้อ ปริมาณน้ำนมที่ต้องการคือ 5-6 ออนซ์ต่อ น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม สำหรับน้องแพท คาดว่าน้ำหนักน่าจะขึ้นมากกว่า 1 กก. เช่น เพิ่มจาก 3.6 กก. เป็น ประมาณ 5 กก. ก็จะสามารถดื่มนมได้มากถึง 5 ออนซ์ วันละ 6 มื้อ

2. การที่ลูกอุจจาระออกมาเป็นสีเขียวและเหนียวนั้น บอกได้เลยว่าเกิดจากนมขวด ซึ่งแต่ละยี่ห้อ เด็กก็จะถ่ายแตกต่างกันไปได้ ไม่เหมือนนมแม่ซึ่งจะมีอุจจาระเป็น สีเหลืองทอง อาจมีน้ำปนเล็กน้อยแบบสีทอง

3. การสังเกตว่าได้รับนมพอหรือไม่ ต้องให้เพิ่มหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการเฝ้าสังเกต เราควรรอดูไปสักพักหนึ่งก่อน หากผ่านพ้นไปสักระยะแล้วยังร้องหิวนม หรือแต่ละมื้อร่นเวลาเข้ามาเร็วขึ้น ก็ให้สังเกตว่าอาจจะได้รับในปริมาณเดิม ไม่พอ ต้องให้อาหารไปเพื่อให้อิ่มเพียงพอ เท่านี้ก็เป็นเหตุผลที่จะเพิ่มปริมาณได้แล้วครับ

4. การที่ลูกมีลักษณะเหมือนมีเสมหะในคอระหว่างการดูดนมแล้ว ก็ควรที่จะพาไปพบแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัยครับ
ไพบูลย์

back





"การเรอของเด็ก"


สวัสดีครับ
ผมได้อ่านคำตอบเรื่องการเรอและสะอึกของเด็กของคุณหมอไพบูลย์แล้วครับ ขอขอบคุณมากๆ เลยครับ พอดีคุณแม่เค้าอยากจะถามต่อเนื่องเกี่ยวกับการเรออีกสักหน่อยนะครับ กล่าวคือ

1. พ่อแม่จะต้องอุ้มเรอกับเด็กจนกว่าเด็กจะมีอายุเท่าใด เด็กจึงจะเรอได้เองครับ?
2. ยาแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ เช่น Babydol, Gribe Water etc. นั้นสามารถให้เด็กรับประทาน ได้บ่อยแค่ไหนโดยไม่เป็นอันตรายกับเด็กครับ? (สามารถใส่ผสมในน้ำที่จะให้เด็กกินทุกครั้งหลัง รับประทานนมได้หรือไม่?) จริงๆ แล้วซื้อยา Ovol มาอีกตัวหนึ่งแต่ยังไม่ได้ลองใช้เลยเพราะ เด็กเริ่มเรอได้ง่ายขึ้น คุณแม่เค้าไม่อยากจะให้ลูกกินยาอะไรมากนัก
โดม รุ่งเรือง

เรียน คุณโดม

สำหรับข้อที่ 1 นั้น ส่วนใหญ่เราจะอุ้มให้ลูกเรอจนกว่าลูกจะนั่งได้เอง หรือยีนเดินได้ ทั้งนี้เพราะก่อนที่จะนั่งได้ ลูกจะไม่สามารถตั้งตัวตรงขึ้นมาได้เลย ทำให้มีโอกาสที่นมจะไหลย้อนขึ้นมาได้เพราะอยู่ในท่านอน และลมก็ไม่สามารถออกมาได้หากร่างกายไม่ได้ตั้งตรงขึ้นแบบนั่งหรือยีนครับ สำหรับข้อ 2 นั้น ผมขอพูดแบบรวม ๆ เลยนะครับว่า ยาทุกชนิดต้องอ่านฉลากก่อนใช้ทุกครั้ง เพราะฉลากนั้นมีการกำหนดและได้รับการรับรองแล้วจึงจะสามารถนำมาแสดงได้ ข้อมูลจึงมีความถูกต้อง อนึ่งยาแต่ละตัวก็จะมีส่วนผสมต่างกัน และการใช้ตลอดจนขนาดและวิธีการใช้ก็แตกต่างกัน ก็ควรจะใช้ตามคำแนะนำของฉลาก ยกเว้นในบางกรณีที่แพทย์สั่งการรักษา เพราะบางครั้งอาจใช้ฤทธิ์ยาในบางลักษณะซึ่งไม่ได้ใช้บ่อย และบางครั้งไม่อยู่ในคำแนะนำนั้นๆ ที่สำคัญเด็กเล็กต้องตรวจดูปริมาณแอลกอฮอล์ในยาด้วย เพราะบางสูตรก็มีผสมจำนวนมาก หวังว่าคงพอเป็นแนวทางในการดูแลลูกได้บ้างครับ
ไพบูลย์

back





"vaccine"


สวัสดีค่ะ
ดิฉันเป็นสมาชิกใหม่ของ website อยากเรียนถามเกี่ยวกับ vaccine ที่เป็น all in one ทั้งหลายค่ะ 2 dos แรกที่ลูกได้คือ vaccine DTP ที่รวมกับ Hib ที่อยู่ในเข็มเดียวกัน ตอนอายุ 2 ,4 เดือน แล้วฉีด Hepatitis B แยกต่างหาก แต่พออายุ 6 เดือน ลูกอยู่ต่างจังหวัด หมอเด็กของลูกฉีด vaccine DPT รวมกับ Hepatitis B แต่ไม่ได้ฉีด Hib และบอว่าให้มาฉีด Hib เมื่ออายุ 1 ขวบ อยากทราบรายละเอียดว่ามีผลเสียอะไรหรือเปล่าคะ
ขอบคุณมากค่ะ
Bongkoch Chulikavit (bongkho@thai-otsuka.co.th)



ตอบคำถามเรื่องวัคซีน

การที่เราต้องให้เด็กฉีดป้องกันโรคหลาย ๆ โรคในปัจจุบัน บางครั้งต้องฉีดหลาย อย่างในเวลาเดียวกัน ในปัจจุบันจึงมีการผลิตวัคซีนที่สามารถฉีดรวมกันใน เข็มเดียวได้ ซึ่งช่วยทำให้เด็กเจ็บตัวน้อยลง แต่ก็สามารถสร้างภูมิต้านทานได้ หลายโรคในเวลาเดียวกัน ในสมัยแรก ๆ ก็จะเป็นวัคซีน บาดทะยัก คอตีบ ไอกรน รวมกันอยู่ในเข็มเดียวกัน ส่วนที่เป็นตับอักเสบบี หรือ HIB นั้นแยก กันฉีด ต่อมาจึงมีการพัฒนาให้สามารถฉีดวัคซีนทั้งตับอักเสบบี และ HIB รวม เข้าอยู่ในเข็มเดียวกันได้ เพื่อความสะดวกในการใช้และทำให้เด็กเจ็บตัวน้อย ลง ซึ่งกว่าจะผลิตได้ต้องผ่านกรรมวิธีต่าง ๆ และต้องทำการทดลองมาแล้ว ดังนั้น คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะมีผลเสียครับ เพราะเขาผลิตขึ้นมาเพื่อให้สะดวก แต่ ก็ได้ผลเต็มที่แล้ว สามารถใช้ได้ครับ
ไพบูลย์

back





"ลูก 4 เดือนครึ่งชอบดูดนิ้วโป้ง"


เรียน คุณหมอไพบูลย์

ลูกชายอายุ 4 เดือนครึ่ง ชอบอมนิ้วโป้งเวลาจะนอน ดิฉันพยายามจะเอาออก แต่เขาจะโกรธมาก และจะไม่ยอมนอน ต้องดูดนิ้วโป้งจนหลับ ถึงจะดึงออกได้ ทำอย่างไรดีค่ะ และจะเป็นถึงอายุเท่าไหร่
น้องณัฐหนัก 6.7 กิโลกรัม ยาว 56 เซนติเมตร ดิฉันเทียบจากหนังสือแล้วคิดว่า เป็นไปตามมาตรฐาน แต่ถ้าเทียบกับลูกเพื่อน (4-5 คน) ลูกของดิฉันตัวเล็กไปเลย เด็กคนอื่นหนัก 7-9 กิโลกรัม จริงๆ แล้ว ลูกดิฉันตัวเล็กเกินไปหรือเปล่าคะ
รบกวนด้วยค่ะ

แม่น้องณัฐ



เรียน คุณแม่น้องณัฐ

ปกติเด็กจะชอบดูดมือ แต่เราก็ต้องพยายามไม่ให้เขาดูดจนเป็นนิสัย ต้องคอยเอาออกครับ แต่ไม่ต้องถึงกับห้ามปราม ควรใช้วิธีหลอกล่ออย่าง อื่นด้วยเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ

สำหรับน้ำหนักนั้นปกติครับ ส่วนคนอื่น ๆ น่าจะเป็นโรคอ้วนมากกว่าครับ ไม่ต้องเป็นห่วง

นพ.ไพบูลย์

back





"ทานแต่นม หลังผ่าตัดหัวใจ"


เรียน คุณหมอไพบูลย์ ที่เคารพ

ลูกชายอายุ 3 ขวบ ไม่ยอมรับประทานอาหารทุกชนิด ร้องหาแต่นมอย่างเดียว แม้แต่ขนมซึ่งเด็กมักจะไม่ปฏิเสธแกยังไม่ยอมทานเลยค่ะ ไม่ว่าจะหลอกล่อ หรือจัดหาอาหารทั้งที่เคยชอบ หรืออาหารแปลกๆก็ตาม เป็นมาประมาณ 2 สัปดาห์แล้วค่ะ

เมื่อประมาณ 2 เดือนที่แล้วแกได้รับการผ่าตัดหัวใจ ซึ่งหลังการผ่าตัดแก ก็ทานอาหารได้น้อย แต่ก็ยังยอมทานบ้างเมื่อผ่าตัดได้ 3-4 สัปดาห์ มาตอน นี้ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น นอกจากนี้ช่วงนี้แกยังถูกจำกัดน้ำอยู่ค่ะ ให้ได้วันละ 700 ซีซี.เท่านั้น

ขอรบกวนคุณหมอช่วยแนะนำด้วยค่ะ

ขอแสดงความนับถือ

คุณแม่น้องวิน



เรียน คุณแม่น้องวิน

น้องวินมีปัญหาเรื่องโรคหัวใจ แม้ว่าได้รับการผ่าตัดมาแล้ว แต่ก็ยังคง ต้องปรึกษาคุณหมอที่ดูแลรักษาเรื่องหัวใจก่อนครับ เพื่อจะได้หา สาเหตุที่แท้จริงของการไม่ยอมแตะต้องอาหาร จะเกิดจากไม่ทานเอง หรือมีภาวะของโรคหัวใจที่ยังมีผลต่อเนื่องอยู่ ขณะเดียวกันการที่ต้อง จำกัดน้ำ ก็ยิ่งจำเป็นต้องรับประทานอาหารประเภทที่เป็นของแข็ง ซึ่งหากมีปัญหาจากการที่หลอดอาหารถูกกดทับ ก็จะรับประทานไม่ได้ ดังนั้น คุณแม่น้องวินคงต้องปรึกษาหมอหัวใจที่ให้การดูแลรักษาก่อนครับ

นพ.ไพบูลย์ เอกแสงศรี

back





"ลูกไม่ชอบทานข้าว"


เรียน คุณหมอไพบูลย์ เอกแสงศรี เนื่องด้วยลูกคนที่ 2 ของดิฉัน อายุ 3 ขวบ 1 เดือน ไม่ชอบทานข้าวและอาหารอื่น ๆ ดิฉันพยายามหาอาหารหลากหลายชนิด ให้ลองทาน แต่ไม่ได้ผล แกจะชอบทานผัก เช่น แตงกวา และผลไม้เกือบทุกชนิด อาหารหลักคือ นมยูเอชที ดิฉันค่อนข้าง กังวลใจเพราะว่าลูกจะได้สารอาหารไม่ครบ ไม่ทราบว่าคุณหมอมีความเห็นว่า อย่างไร และจะมีวิธีช่วยแก้ไขอย่างไร
อีกปัญหาหนึ่งคือ ปัจจุบันลูกยังต้องใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปนอนตอนกลางคืน เพราะปัสสาวะทุกคืน ส่วนลูกสาวคนโตหยุดใส่เมื่ออายุ 2 ขวบ จะมีวิธีแก้อย่างไร ที่จะไม่ต้องใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปในตอนกลางคืน กรุณาตอบให้ดิฉันทราบโดย ด่วนด้วย จักเป็นพระคุณยิ่ง

ขอแสดงความนับถือ

ดวงหทัย ลิ้มพันธ์อุดม



เรียน คุณดวงหทัย

การที่ลูกอายุ 3 ปี 1 เดือน แล้วยังไม่ยอมทานข้าว นับว่าค่อนข้าช้ามากครับ อย่างไรก็ตามที่คุณดวงหทัยบอกว่าลูกทานผักได้ แสดงว่าลูกของคุณไม่มีปัญหา เรื่องการเคี้ยวการกลืนอาหารที่เป็นของแข็งครับ คุณดวงหทัยต้องสังเกตด้วย ว่าลูกจะยอมทานอาหารอื่นหรือไม่ ซึ่งเป็นอาหารทดแทนในแต่ละหมู่ เช่น หากไม่ทานข้าว ก็อาจทานขนมปังแทน หรือทานก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน สปาเกตตี ก็สามารถใช้แทนกันได้ครับ ส่วนพวกเนื้อสัตว์ ก็อาจใช้ได้ ทั้ง ไก่ เนื้อหมู เนื้อวัว ปลา ไข่ รวมทั้งนม ดังนั้นควรต้องสังเกตและค่อยๆ ฝึกครับ ไม่ยากเกินรอ ลูกของคุณก็จะสามารถรับประทานอาหาร ได้หลากชนิด เพียงแต่คุณแม่อย่าเอาความชอบของตนเองเป็นที่ตั้ง เพราะลูกเขาอาจชอบไม่เหมือนเรา แต่ก็จะรับประทานสิ่งต่าง ๆ ที่ทดแทนกันได้ครับ

สำหรับเรื่องผ้าอ้อมสำเร็จรูปนั้น หากคุณแม่สามารถฝึกการขับถ่าย ได้ก็จะดีกว่าครับ ช่วงแรกนี้ก็เป็นการฝึกโดยให้ดื่มน้ำและนมก่อน นอนน้อย ๆ ก่อน และปลุกให้ลุกขึ้นมาปัสสาวะ เพื่อจะได้ไม่ปัสสาวะราด การที่ให้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปตลอด เด็กจะไม่ได้รับการฝึก เด็กก็จะเคยชิน ไม่ต้องลุกขึ้นมาบอกปัสสาวะก็ได้ ยังมีเวลาฝึกถึงประมาณ อายุ 4 ขวบครับ เด็กก็จะสามารถบังคับการขับถ่ายได้เองตาม ปกติของวัยครับ

นพ.ไพบูลย์ เอกแสงศร

back





"อาหารเสริมสำหรับเด็ก 4 เดือน"


มีคำถามจะรบกวนดังต่อไปนี้ครับ
1.เด็กอายุ ประมาณ 4 เดือน ควรที่จะได้รับอาหารเสริมวันละ กี่มื้อ อะไรบ้าง

2.มีผักชนิดใดบ้างที่เด็กรับประทานได้ดี

3.ถ้าเด็กไอแห้ง ๆ เวลาหายใจจะดังบางครั้งเหมือนมีเสมหะ อยู่ในลำคอควรทำอย่างไร

4.การที่เด็กดูดจุกนมหลอกจะมีผลเสียต่อเด็กหรือไม่ ขอขอบคุณ ที่รบกวนเสียเวลาตอบคำถามของกระผม

สุทธิพงศ์ โกวิทวิศวกุล



เรียน คุณสุทธิพงศ์

ผมขอตอบดังนี้ครับ
1. เด็กอายุ 4 เดือน ควรได้รับอาหารเสริมวันละ 1 มื้อ โดยการฝึกให้ทีละอย่าง เช่น ข้าวบด กล้วยครูด ไข่แดง ตับบด ทั้งนี้การให้ต้องสังเกตการยอมรับ และปฏิกิริยา เช่น ผื่นแพ้ อาเจียน ต้องหยุด แล้วปรึกษากุมารแพทย์

2. การเริ่มผัก เราจะเริ่มให้เด็กทานผักต้มเปื่อยก่อน เมื่ออายุได้ 5 เดือน หลังจากนั้นจึงเริ่มให้อาหารผักชนิดอื่นต่อไปครับ การให้ผัก ควรเริ่ม จากผักชนิดที่อ่อนนิ่ม เพื่อให้เด็กได้ชินและค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นชนิดที่หยาบ ขึ้นครับ เช่น การเริ่มตั้งแต่ ฟัก โดยเฉพาะส่วนตรงกลางที่นิ่ม ๆ ก่อน ผักกาดขาวต้มเปื่อย ผักตำลึง ฯลฯ สำหรับผักคะน้านั้นเป็นผักที่จะ ให้ได้หลังสุด เพราะแข็งและมีเสี้ยน เด็กจะยอมรับต่อเมื่อฝึกรับ ประทานผักชนิดอื่นแล้ว

3. ถ้าเด็กไอแห้ง ๆ เวลาหายใจมีเสมหะในคอ หากเป็นไม่มากก็ควร ให้เด็กได้ดื่มน้ำเพื่อให้เสมหะไม่ข้นและถูกขับออกมา แต่ถ้าไม่แน่ใจ ก็ควรปรึกษาแพทย์ครับ

4. การให้ลูกดูดจุกนมหลอกมีผลเสียมากกว่าผลดี ตั้งแต่การดูดลมเข้า ไปในท้อง ทำให้สะอึกง่าย ท้องอืดง่าย นอกจากนี้เด็กจะติดนิสัยการ ดูดของไว้ในปาก และมีผลต่อฟัน ซึ่งอาจจะหุบเข้าไป หรือยื่นออกมาได้ครับ

นพ.ไพบูลย์ เอกแสงศรี

back





"อาหารเสริมสำหรับเด็ก 7 เดือน"


สวัสดีค่ะคุณหมอ
ดิฉันมีลูกอายุ 7 เดือน น้ำหนัก 9 กก. เริ่มให้น้ำส้มคั้นตอนอายุ 3 เดือนเนื่อง จากลูกค่อนข้างถ่ายยาก พออายุได้ 4 เดือนดิฉันเริ่มให้ อาหารบดละเอียด เป็นกล้วยบด ตับบด ไข่แดง 1 ใบ แครอท ฟักทอง ผักกวางตุ้ง ตำลึง น้ำต้มกระดูก และซีรีแล็ค หมุนเวียนกันไป วันละ 1 มื้อ (8.00 น) และเพิ่มเป็นวันละ 2 มื้อเมื่ออายุ 6 เดือน (8.00 และ 17.00 น)

ดิฉันรบกวนปรึกษาคุณหมอดังนี้ค่ะ
1. ลูกมีท่าทางไม่ค่อยอยากกินอาหารที่ป้อน ในแต่ละมื้อจะกินได้ ประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ ไม่ทราบว่าจะเพียงพอหรือเปล่าคะ และมีวิธี ใดที่จะช่วยให้ลูกกินได้มากขึ้นหรือไม่คะ

2. ลูกกินนมวันละ 4 ขวดๆละ 4-5 ออนซ์ น้อยไปไหมคะ

3. ถ้าจะให้ลูกกินปลาควรจะเริ่มที่อายุกี่เดือนคะ และควรเป็นปลาชนิด ใด

4. ข้อนี้คงไม่เกี่ยวกับอาหารเสริมนัก คือ มีเสียงเหมือนมีน้ำมูกอยู่ใน จมูก เวลาลูกหายใจ ส่วนมากจะเป็นตอนนอน ไม่ทราบว่าจะมีปัญหา หรือไม่ เพราะเป็นอย่างนี้ตั้งแต่แรกเกิดแล้ว เคยถามคุณหมอตอนพาลูก ไปรับวัคซีนตอน 2 เอือน แต่คุณหมอบอกว่าเด็กปกติ ดิฉันขอรบกวน คุณหมอเท่านี้นะคะ ขอบคุณค่ะ
คุณแม่มือใหม่



เรียน คุณแม่มือใหม่
ผมขอตอบเป็นข้อ ๆ ไป ดังนี้ครับ
1. ลูกอายุ 7 เดือน น้ำหนัก 9 กก. เป็นเด็กที่มีน้ำหนักมากกว่าเกณฑ์ ผมไม่ทราบความสูงจึงตอบไม่ได้ว่าอ้วนหรือไม่ครับ การที่ลูกไม่ค่อย อยากทานอาหารที่คุณแม่ป้อนให้นั้น ส่วนหนึ่งอาจเกิดจากการเร่งรัด ของคุณแม่มากเกินไปก็เป็นได้ครับ โดยปกติ เราจะเริ่มให้อาหารเสริม เป็นข้าวบด กล้วยครูดเมื่ออายุ 4 เดือน และให้ไข่แดง ตับบดตามมา โดยจะเริ่มทีละอย่าง พออายุ 5 เดือน ก็จะเริ่มให้เนื้อปลา ผักต้มเปื่อย และเมื่ออายุ 6 เดือนจึงให้อาหารครบหมู่แทนนม 1 มื้อ เราจะให้อาหาร แทนนม 2 มื้อเมื่ออายุ 8-9 เดือน และ ให้ 3 มื้อ เมื่ออายุได้ 11-12 เดือน การที่เร่งรัดให้ 2 มื้อตั้งแต่อายุ 6 เดือน และให้หลาย ๆ อย่างพร้อมกัน ตั้งแต่เริ่มแรก ค่อนข้างจะเร่งรัดลูกมากไปหน่อยครับ อย่างไรก็ตามลูก เติบโตได้ดีอยู่แล้ว คงไม่ต้องเร่งหรือคาดคั้นให้ลูกรับประทานมากไปครับ เพราะจะทำให้เกิดการต่อต้านและไม่ยอมรับประทานอาหารตามมาได้

2. การที่ลูกดื่มนมเพียงวันละ 16-20 ออนซ์ ก็เพราะลูกไม่สามารถรับ ได้มากกว่านี้เนื่องจากคุณแม่ได้ให้อาหารเสริมจำนวนมากอยู่แล้ว ไม่ต้องกังวลใจครับ

3. เราจะให้ลูกรับประทานปลาเมื่ออายุ 5 เดือน และปลานั้นจะเป็นปลา อะไรก็ได้ครับ ถ้าเป็นปลาทะเลก็ดี แต่ต้องคอยสังเกตอาการแพ้ด้วย

4. การที่ลูกหายใจมีเสียงผิดปกตินั้นคงต้องให้กุมารแพทย์ผู้ดูแลช่วย ตรวจครับ แล้วคุณแม่สามารถซักถามแพทย์ที่ดูแลได้ครับ
นพ.ไพบูลย์ เอกแสงศรี

back





"การเรอและสะอึกของเด็กอายุ 12 วัน"


สวัสดีครับ,
ผมมีคำถามเกี่ยวกับบุตรชายที่อายุได้ 12 วันเล็กน้อย คือ
1. การทำให้เด็กเรอ กล่าวคือ เราจำเป็นที่จะต้องทำให้เด็กเรอทุกครั้งหลังทานนมหรือไม่? การทำให้เด็กเรอเป็นแนวทางแก้ไขเด็กที่กินนมแล้ว ไม่ให้แหวะน้ำนมใช่หรือไม่? ถ้าเราให้เด็กทานนมโดยไม่มีอากาศเข้าปาก (น้ำนมท่วมจุกนมตลอด) และเมื่อเด็กทานนมเสร็จแล้วก็ไม่มีอาการแหวะน้ำนมแต่ประการใด ดังนั้นเมื่อเราพยายามทำให้เด็กเรอแล้ว เด็กไม่ได้เรอ จะเป็นอาการผิดปกติที่ต้องน่าเป็นห่วงมากหรือไม่?

2. การที่เด็กสะอึก เด็กสะอึกเพราะอะไร? มีอันตรายไหม? และมีแนวทางแก้ไขอย่างไร หรือไม่?

ขอขอบพระคุณมากครับ ผมเพิ่งจะมีลูกชายคนแรก พร้อมๆ กับการซื้อ คอมพิวเตอร์และการเล่นอินเตอร์เนท ก็ได้อ่านเวบไซต์ ประกอบกับ หนังสืออีกมากมายที่คุณแม่เขาซื้อไว้ตอนตั้งท้องเพื่อช่วยในการเลี้ยงลูก ขอรบกวนถามหน่อยนะครับ ขอขอบพระคุณครับ โดม



เรียนคุณโดม
1. การทำให้เด็กเรอจำเป็นครับ ทั้งนี้เพราะเวลาเด็กดูดนมแล้ว มักจะมีการดูดอากาศเข้าไปด้วย โดยเฉพาะจากนมขวด เพราะมีสภาพที่แข็ง บางครั้งดูดได้ตื้นๆ ทำให้ลมเข้าปากสู่ท้องจากข้างปากกับจุกนม หากดื่มนมแม่จะดูดลมน้อยกว่า เพราะนมแม่จะกระชับ ยืดหยุ่น แนบสนิทกับปาก ทำให้ลมแทรกเข้าไปยาก อย่างไรก็ตามก็ยังมีลม เข้าไปในปากและท้องได้ ดังนั้นเราควรจับให้เด็กเรอ เพื่อไม่ให้มีลม ดันในกระเพาะอาหาร ซึ่งทำให้เด็กแหวะนมได้

2. อาการสะอึกนั้น มีสาเหตุจากหลายประการเช่น การที่มีลมมากในท้อง ทำให้ไปดันกระบังลม หรือการสะอึกก็อาจเกิดจากความผิดปกติของการ ทำงานของกระบังลม หรือจากระบบประสาทและระบบสมองก็ได้ อาการสะอึกเกิดจากการเกร็งกระตุกของกล้ามเนื้อกระบังลมเป็นจังหวะๆ ทำให้เกิดอาการสะอึกขึ้น โดยทั่วไปไม่มีอันตรายใด นอกจากเป็นจาก ความผิดปกติของการทำงานของระบบประสาทและกระบังลมเอง อาการสะอึกทุเลาลงได้ หากทำให้เด็กเรอ หรือในเด็กโตบาง ครั้งการตกใจก็ทำให้หยุดสะอึกได้ครับ

back





"ฟันของลูก"


สวัสดีครับคุณหมอไพบูลย์
ผมขอเรียนถามคุณหมอดังนี้นะครับ น้องนุ่นลูกสาวผม อายุ 9 เดือนเศษ ฟันเริ่มจะขึ้น ควรจะไป หาทันตแพทย์เพื่อให้ฟลูโอไรด์มั้ยครับ น้องนุ่นกินข้าว 2 มื้อ ตอน 6 เดือน ควรจะให้ข้าว 3 มื้อ เมื่อไหร่ดีครับ ปัจจุบัน กินข้าว 2 มื้อ นม 5 มื้อๆ ละ 6-7 ออนซ์ น้ำส้ม 1 มื้อ 2 ออนซ์ >ผมดูตามเกณฑ์แล้ว น้องนุ่นมีพัฒนาการ ทางร่างกายค่อนข้างเร็ว คือ วัดส่วนสูง และ น้ำหนัก ได้ 71.5 ซม. และ 9 กก. ตามลำดับ ผมขอถามเท่านี้นะครับ ขอบคุณครับ 'พ่อน้องนุ่น'



เรียน พ่อน้องนุ่น


  1. การให้ข้าว หรืออาหารที่แทนนม 1 มื้อ ควรให้แทนแบบครบส่วน 1 มื้อเมื่ออายุ 6 เดือน ให้ 2 มื้อเมื่ออายุ 8-9 เดือน หลังจากนั้นจึงให้ 3 มิ้อครับ การที่เริ่มให้ทานข้าว 2 มื้อตั้งแต่ 6 เดือน อาจทำได้ แต่จะเป็นการเร่งมากไปครับ
  2. เมื่อฟันเริ่มขึ้น คุณพ่อคุณแม่ก็ควรนำไปพบทันตแพทย์ได้แล้วครับ เพราะจะได้รับคำแนะนำในการดูแลฟันลูก และ ได้รับการเคลือบฟลูออไรด์ ฟันจะได้แข็งแรง
  3. การดื่มนมนั้น คนเราตลอดชีวิตจะดื่มไม่เกินวันละ 1 ลิตร น้องนุ่นขณะนี้ทานเท่านี้ก็ได้ แต่มื้อนมค่อนข้างมาก ควร สังเกตว่าดื่มแต่นมมากกว่าข้าวหรือไม่ เพราะหากดื่มนมมาก โดยไม่รับประทานข้าว จะมีปัญหาการรับประทานอาหารหลัง 1 ปี ซึ่งใช้อาหาร 5 หมู่เป็นอาหารหลักแล้วครับ

back





"ลูกชอบกัดเล็บ"


สวัสดีค่ะคุณหมอ ขอถามปัญหาดังนี้ คือลูกสาวอายุ 6 ขวบชอบกัดเล็บ เป็นประจำ หรือไม่ก็จะวุ่นวายอยู่กับการตัดเล็บทุกวันให้ความสน ใจกับเล็บมากเกินไปจนต้องเก็บที่ตัดเล็บซ่อน เค้าจะเห็นเล็บตัว เองยาวแล้วจะกังวลใจมาก เวลาดูทีวีก็มักจะกัดเล็บหรืออมนิ้ว พอแม่บอกก็จะเอาออก แต่ไม่เกิน 1 นาทีก็จะอมอีกจนบางครั้ง ดิฉันก็อดโมโหไม่ได้ ไม่ทราบว่าลูกสาวจะมีปัญหาทางด้านจิตใจ หรือเปล่า และตั้งแต่เกิดลูกสาวอยู่กับคุณยายที่ต่างจังหวัดจะได้เจอ พ่อกับแม่ก็ประมาณเดือนละ2-3ครั้ง(เสาร์-อาทิตย์) เพิ่งจะได้มา อยู่กับพ่อแม่เมื่อเดือนเม.ย ที่ผ่านมาและแม่ก็มีน้องเพิ่มอีก 1 คน ไม่ทราบว่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกเป็นอย่างนี้หรือเปล่าค่ะและ มีวิธีแก้ไขอย่างไร ต้องพาไปพบจิตแพทย์หรือไม่ ดิฉันอยู่ที่ อ.ศรีราชา ไม่ทราบว่าพอจะแนะนำหมอจิตแพทย์ให้ได้หรือ ไม่คะ ขอบคุณมากค่ะ ถามโดย: Apirdee nimdum



เด็กกัดเล็บ ส่วนใหญ่เกิดจากความรู้สึกเหงา หรือขาดความอบอุ่น ก็จะกัดเล็บเล่น พอโตขึ้นก็มีโอกาสที่จะติดบุหรี่ แต่ในกรณีที่ถามมานี้ยังอาจเกิดจากความเข้มงวดในเรื่องความ สะอาดของผู้ใหญ่ที่ส่งผลต่อเด็ก ทำให้เด็กต้องเป็นกังวลที่จะต้อง ทำให้เล็บสั้นอยู่เสมอก็มีความเป็นไปได้ อย่างไรก็ตามคุณแม่ก็ควรจะติดตาม ให้ความเอาใจใส่และหาสาเหตุ การดูดนิ้วกัดเล็บให้ได้ แต่ถ้าไม่แน่ใจก็ควรไปพบจิดแพทย์เด็ก เพื่อจะได้หาสาเหตุที่แน่นอนต่อไป จิตแพทย์เด็กนั้นยังมีจำนวนน้อย แต่ก็สามารถไปพบได้ตามโรงพยาบาลใหญ่ ๆ โดยเฉพาะสถาบัน ฝึกหัดแพทย์ครับ
back





"ลูกเล่นอึหรือฉี่แล้วรับประทานเข้าไป"


ลูกสาวตอนนี้อายุ 11 เดือน เวลาอึหรือฉี่ ถ้าเราเผลอจะละเลง และบางครั้งจะหยิบเข้าปากไม่ทราบว่าจะเป็นอันตรายหรือไม่ และมีวิธีแก้ไขอย่างไร (จากคุณ Pataya)



ผมขอตอบเลยนะครับ ลูกสาวอายุ 11 เดือน ชอบเล่นอึหรือฉี่แล้วรับประทานเข้าไป อันตรายหากจะเกิด ก็เกิดจากการที่ลูกของคุณมีโรคอยู่ เช่นมีพยาธิตัวตืด เมื่อหยิบรับประทานเข้าไปใหม่ ก็จะทำให้เกิดการติดเชื้อในระยะที่แพร่กระจายได้ แต่หากลูกสาวของคุณไม่มีโรคอะไร ก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไร การที่เด็กอายุ 11 เดือนถ่ายแล้วหยิบเข้าปากนั้น เราจะห้ามโดยไม่สอนไม่ได้ ที่สำคัญคือต้องคอยดูแลอย่างใกล้ชิด และค่อย ๆ สอนไปครับ ลูกก็จะเรียนรู้ที่จะปฏิบัติตัวได้ถูกต้อง
back





"นิสัยการรับประทานของลูกวัย 10 เดือน"


  • ปัจจุบันลูกชายอายุ 10 เดือนเต็ม ทานนม (ขวด) วันละประมาณ 10 - 15 ออนซ์ ทานข้าว วันละประมาณ 3 มื้อ ทานผลไม้ 1 มื้อ น้ำส้มคั้น 6-7 ออนซ์ บางครั้งก็มีผลไม้หรือขนมเพิ่ม ตามแต่ที่พ่อแม่สามีจะให้ทาน ช่วยกรุณาให้ความเห็นด้วยค่ะ (เนื่องจากตัวดิฉันต้องทำงานนอกบ้านในช่วงกลางวัน พ่อแม่สามีเป็นคนเลี้ยงลูกให้ แต่ดิฉันจัดเตรียม กับข้าวทั้งสามมื้อไว้ให้ลูกเอง)


  • ดิฉันมีแนวทางการเลี้ยงลูกต่างกันกับพ่อแม่สามี คำถามคือว่า ลูกจะเกิดความสับสนหรือไม่ที่เวลาอยู่กับปู่ย่าเป็นอีก อย่างหนึ่ง แต่เวลาอยู่กับพ่อแม่กลับเป็นอีกอย่างหนึ่ง (ดิฉันจะฝึกลูกให้ทานเป็นเวลา และให้ลูกทานแต่พอดี คือสังเกตเอาว่าลูกอิ่มแล้ว แต่จะไม่ให้ลูกทานขนมจุกจิกทั้งวัน)


  • - จากคุณแม่ลูกหนึ่ง



    การที่ลูกชายอายุ 10 เดือน และดื่มนมวันละ 10-15 ออนซ์ และรับประทานข้าว 3 มื้อแล้ว นับว่ายังอยู่ในภาวะที่ปกติ คือรับประทานอาหารแทนนม 3 มื้อ เมื่ออายุ 10-12 เดือน

    อย่างไรก็ตามก็ควรจะทราบว่าเมื่อเด็กอายุ 1 ขวบขึ้นไป แล้วจะเริ่มรับประทานอาหาร 5 หมู่เป็นอาหารหลัก การให้น้ำส้มปริมาณวันละ 6-8 ออนซ์ นับว่าได้รับมากไป ทำให้อาจเกิดการขาดอาหาร เนื่องจากไม่สามารถ รับประทานอาหารอย่างอื่นได้เพียงพอ เพราะอิ่มจากน้ำส้มแล้ว เมื่อเด็กอายุ 1 ขวบแล้วก็ควรจะได้อาหารที่เป็นของแข็ง เด็กจะรับประทานโดยการเคี้ยวได้แล้ว และต้องได้ครบ ทุกหมู่ คือ

    มีหมู่ข้าว แป้ง เผือก มัน น้ำตาล
    หมู่เนื้อ นมไข่ ถั่ว
    หมู่ไขมัน น้ำมัน
    และได้ผัก ได้ผลไม้ด้วย กล่าวคือต้องได้อาหารทั้งต้ม นึ่ง และ ผัด ทอด ด้วย เพื่อให้ได้อาหารครบ

    การที่คุณแม่มีการจัดระเบียบการรับประทานของลูก แต่ต่างกับคุณปู่ คุณย่าที่ชอบให้ทานจุกจิกนั้น ลูกไม่สับสนหรอกครับ เพียงแต่เมื่อปกติมีอาหาร ที่ให้แบบจุกจิกอยู่ประจำอยู่แล้ว ลูกก็จะติดนิสัยการรับประทานจุกจิกนี้ไปครับ ที่สำคัญผู้ใหญ่ในบ้านควรจะต้องตกลงกันในวิธีการเลี้ยงครับ

    back





    "ลูกชายไม่ค่อยทานข้าว"


    สวัสดีค่ะคุณหมอ
    ดิฉันมีปัญหารบกวนถามคุณหมอหลายเรื่อง ก่อนอื่นดิฉันจะเล่าให้ฟังว่า ลูกชายดิฉันตอนนี้อายุได้ 6 เดือนเศษ เป็นเด็กชายค่ะ กำลังน่ารักเชียว น้ำหนักของแก 8 ก.ก ค่ะ ส่วนสูง ประมาณ 68 ซ.ม ค่ะ แล้วตอนนี้ ฟันซี่แรกเริ่มขึ้น แล้ว ดิฉันให้แกกินนมขวด เพราะตอนแกอายุ 1เดือน แกกินนมแม่แล้วร้องงอแง เหมือนกินไม่อิ่ม แล้วจะกินบ่อยมาก

    ย่าแกเลยไปซื้อนมผงมาให้กินเสริม แต่พอแกกินนมผง แล้วก็ไม่ยอมกินนมแม่อีกเลย ตอนนี้ดิฉันให้กินนมยี่ห้อดูเม็กซ์ ถ่ายยากมากจนร้องเลย ดิฉันสงสารลูกมาก ดิฉันให้ลูกกินน้ำส้ม คั้นมาตั้งแต่อายุ 2 เดือน ให้มาเรื่อยวันละ 3-4 ออนซ์ แล้วก็ให้กินมะละกอด้วย แต่ก็ยังถ่ายยากเหมือนเดิม แต่ช่วง 1 อาทิตย์ ที่ผ่านมานี้ แกไม่ค่อยทานข้าวเลย

    ตอนแรกดิฉันต้มข้าวกับฟักทอง เนื้อปลา บางทีก็ผักตำลึง กับเนื้อหมู ตอนแรกก็ดี พอหลัง ๆ ไม่ทาน ก็เลยเปลี่ยน มาเป็นซีรีแลค ก็ทานได้ 2-3 วัน ฟันเริ่มขึ้น ก็ไม่ยอมทานอีก

    ดิฉันอยากเรียนถามคุณหมอดังนี้
    1. ทำไมลูกไม่ยอมทานข้าวคะ เป็นเพราะว่าฟันขึ้นหรือเปล่าคะ
    2. น้ำหนักตัว 8 ก.ก อ้วนไปหรือเปล่าคะ
    3. เป็นเพราะนมหรือเปล่าคะที่ทำให้ถ่ายยาก
    4. ดิฉันให้ลูกทานมากไปหรือเปล่าคะ แกถึงไม่ยอมทานข้าว
    ดิฉันมีเรื่องรบกวนถามแค่นี้ค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ

    - ถามโดยคุณSiriphan Kamonchaiwanhit



    เนื่องจากผมไม่ทราบว่าได้เริ่มหัดให้ลูกทานอาหารเสริมนอกจากนมเมื่อไร และไม่ทราบปริมาณนมที่ดื่มในแต่ละวัน ดังนั้น การที่ลูกไม่กินข้าวผมไม่สามารถบอกได้ชัดเจนนักว่าเกิดจากอะไร

    แต่โดยทั่วไปแล้วมักเกิดจากการที่ได้รับการฝึกฝนการ รับประทานอาหารที่เป็นของแข็งได้น้อยไป และให้ดื่มนมมากเกินไป โดยปกติคนเราทั้งชีวิต เราจะดื่มนมไม่เกินวันละ 1 ลิตร หากดื่มแต่นมมากก็จะไม่สามารถรับประทานอาหารอย่างอื่นได้ น้ำหนัก 8 กก.สำหรับเด็กอายุ 6 เดือนจัดได้ว่าค่อนข้างมากไป แต่เมื่อดูเทียบกับส่วนสูง 68 ซม. ซึ่งปกติควรจะเป็น 65 ซม. แล้วจัดได้ว่าเป็นเด็กตัวโตมากกว่าครับ

    สำหรับเรื่องท้องผูกนั้น น่าจะเป็นจากนมมากที่สุดครับ เราอาจแก้ไขเบื้องต้นโดยการให้น้ำผึ้งผสมลงในนมครั้งละสัก ครึ่งช้อนชาก่อน แล้วค่อย ๆ เพิ่มได้อีก แต่การเติมน้ำผึ้งต้องระมัดระวังในเด็กที่แพ้บ้าง นอกจากนี้ยังอาจใช้น้ำลูกพรุนก็ได้ผลเช่นกัน แต่หากทำทุกอย่างแล้วยังไม่หายท้องผูก ควรลองเปลี่ยนยี่ห้อนมดู หากลองเปลี่ยนแล้วไม่ได้ผลก็ควรพบแพทย์ได้แล้วครับ

    back








    Home | ข่าวสุขภาพ | การตั้งครรภ์-การคลอด | การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ | ทารกแรกเกิด - ๑ ขวบ
    เด็กวัย ๑-๕ ขวบ | Working Mom | การเงินในครอบครัว | สาระน่ารู้ภายในบ้าน | Dad's Corner


    maeaom@hotmail.com
    Thaiparents.com 2000
    All rights reserved